ผลรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2557

ผลการตัดสินรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2557

            เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2558 เวลา 14.00 น. แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบ “รางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน” ประจำปี 2557 ณ ห้องเบญจรงค์ บอลรูม โรงแรมรอยัล เบญจา โดยมอบรางวัลผลงานสื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชนให้สื่อโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ส่วนสื่อหนังสือพิมพ์ระดับชาติและสื่อออนไลน์ ไม่มีผลงานใดได้รับรางวัลดีเด่น แต่ได้รับรางวัลชมเชยแทน สำหรับสื่อโทรทัศน์ในระบบเคเบิลท้องถิ่นและสื่อหนังสือพิมพ์ระดับท้องถิ่น ปีนี้ไม่มีผลงานใดได้รับรางวัล

            นายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพราะเล็งเห็นว่าสื่อมวลชนเป็นบุคคลที่ควรได้รับการยกย่อง สื่อทำหน้าที่เป็นครูที่ดีในการร่วมกันบ่มเพาะคนในสังคมให้ตระหนักถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน และเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น  จึงเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างกำลังใจให้สื่อมวลชนที่ทำงานอย่างหนักในการนำเสนอข่าวสารในแง่มุมที่คำนึงถึงการเคารพ ส่งเสริม และปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้วยการจัดมอบรางวัลผลงานสื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างความตระหนักให้กับคนในสังคม และสื่อมวลชนจะได้มีพลังในการยืนหยัดที่จะทำงานเพื่อปกป้องส่งเสริมสิทธิมนุษยชนต่อไป

            ประธานกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า คณะกรรมการตัดสินผลงานรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2557 ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสายสื่อมวลชนและสายสิทธิมนุษยชน จากการคัดสรรและตัดสินผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ผลการตัดสินมีดังนี้

            รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ระดับชาติ  ไม่มีผลงานใดได้รับรางวัลดีเด่น แต่มีรางวัลชมเชย 2 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่ บทความเรื่อง “Is Khon Kaen the New Model of Justice?” หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และข่าวชุด ไขปม "บิลลี่-พอละจี" หายตัว นักต่อสู้แห่งป่าแก่งกระจาน” หนังสือพิมพ์เดลินิวส์            

            รางวัลข่าวหรือสารคดีเชิงข่าว ประเภทสื่อโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น 2 รางวัล ๆ ละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่ สารคดีเชิงข่าวเรื่อง “ข่มขืนบนรถไฟกับกระบวนการยุติธรรมคดีทางเพศ” สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี และข่าวชุด  "การหายตัวไปของ "บิลลี่" นักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินของชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน" สถานีโทรทัศน์สปริงส์นิวส์

            และรางวัลชมเชยอีก 2 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่ สารคดีเชิงข่าวชุด "ปาตานีกลางพายุฝน" สถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี และสารคดีเชิงข่าวชุด "สัญชาติไทยพลัดถิ่น" สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี

            รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อออนไลน์  ไม่มีผลงานใดได้รับรางวัลดีเด่น แต่มีรางวัลชมเชย 3 รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่ ข่าวชุด “เสียงจากเหยื่อข่มขืนบนรถไฟเมื่อ 13 ปีก่อน” เว็บไซด์สำนักข่าวไทย และบทความเรื่อง “Crime of the State: Enforced Disappearance, Killings and Impunity.” หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท รวมทั้งข่าวชุด “จากปากคำผู้ถูก คสช. ควบคุมตัว” เว็บไซด์มติชนออนไลน์

            ส่วนรางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อหนังสือพิมพ์ระดับท้องถิ่น  และรางวัลข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์ในระบบเคเบิลท้องถิ่นไม่มีผลงานใดได้รับรางวัล

            นายชำนาญ จันทร์เรือง กล่าวต่อว่านอกจากพิธีมอบรางวัล โดย นางอังคณา นีละไพจิตร ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการถูกละเมิดสิทธิในฐานะผู้ปกป้องและนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่สื่อมวลชนในวันนี้แล้ว ยังจัดให้มีการปาฐกถาในหัวข้อ “สื่อมวลชน: บทบาทในการส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนในสังคม” โดย คุณพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านการสื่อสารสาธารณะเพื่อสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยอีกด้วย นอกจากนั้นยังกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นบุคคลสำคัญที่สุดของงานในวันนี้ที่ได้ช่วยกันขับเคลื่อนและเป็นสื่อกลางในการต่อสู้และปกป้องสิทธิมนุษยชนและทำความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั้งที่ผ่านมาและจะทำต่อไป